books-novels

ก็เอาสรุปแล้วกัน อันนี้เป็นพวกเปิดอ่านไปบ้างแล้วบางเรื่องอาจยังไม่จบ บางเรื่องอาจตัดจบไปเอง และบางเรื่องที่ไม่พูดถึงก็เพราะมันยังไม่ได้อ่าน (ซึ่งมีมาก) อันนี้จำไม่ได้ว่ากี่เดือนราวๆ 2 เดือนล่ะมั้ง เพราะตัวเองไม่ใช่คนที่อ่านหนังสือเร็วนัก + เวลาในปีนี้หาอ่านไม่ค่อยจะมีด้วย วันนี้เขียนสั้นๆ กับหนังสือแต่ละเล่มดีกว่า....

 

 

คาถารัก แม่มดฝึกหัด

ชื่อท่าทางจะเป็นนิยายหวานแหววเลยนะเนี่ย!!! อิ อิ นิยายวัยรุ่น(ลูกกวาด)ของอเมริกา นั่นคือตอนแรกคิดว่าอย่างนั้นน่ะนะ (ฉันเองก็ซื้อเพราะเหตุนี้ด้วยแหละ หวังจะเจออะไรที่มันให้อารมณ์แบบตอนอ่าน Teen Idol อีก) พลอตก็ประมาณให้แหวก คนที่มีเวทมนตร์กลายเป็นน้องสาวนางเอก ไม่ใช่นางเอกที่เป็นตัวนำเรื่องก็แปลกดี(ในระดับหนึ่ง) แต่... เราอ่านแล้วยังอ่านไม่จบเพราะนางเอกเรื่องนี้พูดมากเหลือเกิน ชนิดที่เรียกได้ว่าเมิงจะพล่ามอะไรกันนักว๊ะ กุรำคาญโว้ย!!!! จริงๆนะเนี่ย ฮา~ (พี่สาวเราหยิบไปอ่านดูก็ว่ามันน่าติดตามในระดับหนึ่งอยู่ แต่ก็อีกนั่นแหละเจอปัญหาเดียวกันคือนางเอกเธอพล่ามเกินรับไหว) สรุป...อ่านไม่จบ (และตอนนี้เอาไปซุกไว้ไหนแล้วก็ไม่รู้ OTL) ว่างๆจะหยิบมาอ่านแล้วกัน

เล่มต่อมา... อันนี้หลังจากทนอ่านเล่มก่อนหน้าไม่ได้แล้ว ก็เลยอยากลองของแปลกบ้าง

 

 

ธุลีหัวใจ

เรื่องนี้ได้มาช่วงบีทูเอสลดราคาหนังสือ (พร้อมกับหนังสือชุดธิโมส์ 1 เล่มชื่อเรื่องอะไรจำไม่ได้ ซึ่งหลายเล่มก่อนหน้ามันยังไม่ได้หยิบมานั่งอ่านสักทีของคุณดวงตะวัน<<พี่สาวที่บ้านรีเควสให้อ่านแต่มันก็ยังไม่มีเวลาอ่าน) รู้สึกว่าเล่มนี้จะได้มาเล่มละประมาณ 70 - 80 บาทล่ะมั้ง เป็นความอยากลอง(ของสองพี่น้อง) ว่าเออ ถ้าหนังสือคนอื่นๆ แนวอื่นๆ ที่ไม่คุ้นเนี่ยเป็นยังไงบ้าง (อย่างเราอ่านวรรณกรรมไทยก็อ่านได้แต่ระดับประมาณคุณกิ่งฉัตร,ทมยันตี, โสภาค สุวรรณ, ดวงตะวันะคะ)

เล่มนี้อ่านไป...ทำไมมันหัวเราะทั้งเรื่องเลยวะ...

อ่านแล้วหัวเราะทั้งเรื่องจริงๆ ประมาณเจอของแปลก (เพราะตัวเองไม่ค่อยอ่านหนังสือแบบนี้) เหตุและผลเบาโหวงจนน่าใจหาย อารมณ์ประมาณดูละครหลังข่าวประมาณนั้นจริงๆ แต่อ่านแล้วติดนะคะ(ติดแบบขำๆ+อยากรู้ว่าจะมีอะไรยิ่งกว่านี้อีก)

ก็เล่มนี้...ขออภัยด้วยถ้าสาวกมาเห็นเข้าแต่เราไม่ได้ตั้งใจจะดิสเครดิตนะ มันแค่อ่านแล้วรู้สึกอย่างนั้นในฐานะผู้อ่านจริงๆ

 

 

No Hero

 

อันนี้อ่าน 1-3 รวดส่วนเล่ม 4 ซื้อมานอนกองทิ้งไว้ยังไม่ได้อ่าน หลายคนคงอ่านไปแล้ว (สำหรับ LSK เราไม่อ่านนะ ถึงหลายคนจะชอบแต่เราจูนมุกไม่ติดกับเรื่องนี้จริงๆ<<อ่านแ้ล้วไม่ขำว่างั้นเลยไม่ซื้อ) เรื่องนี้ก็หวั่นๆใจกลัวมันจะไม่สนุกเหมือนนิยายไต้หวันที่เคยอ่านแต่ก่อน(อ่านของ Gidden อ่ะ) ก็เลยลองไปอ่านในทดลองอ่านตัวเองดูก็รู้สึกว่าอืมพออ่านได้แฮะ ก็เลยสั่งซื้อจากสนพ.มา 3 เล่มเลย อ่านเล่มแรกเริ่มเจออาการ "ขนบไต้หวัน" อีกแล้ว คืออ่านแล้วก็ว่าอีกละๆ ไม่ต้องแสดงออกว่านี่เป็น "ไซไฟและโลกอนาคต" แบบนี้ก็ได้ อ่านแล้วขัดเฟ้ย คือตรงจุดนี้ไม่ชอบเลยค่ะ จะแสดงออกว่าเซตฉากในช่วงไหน ยังไง ขอร้องว่าอย่าบอกคนอ่านโต้งๆแบบนี้มันจะดีกว่านะ แล้วพอหลังจากนั้นก็อ่านไปเรื่อยๆ พยายามปล่อยเรื่องหงุดหงิดนั่นไปซะ ก็อืม....อ่านแล้วอืม... สนุกดีนะ บางช่วงอ่านแล้วยิ้มก็มี อืม...ยิ้ม....อืม...สนุก...อืม.....จบละ ต่อเล่ม 4 ยังไม่ได้อ่าน....

 

 

Knight Errant

 

เดี๋ยวเล่ม 2 จะออกแล้วต้องรีบกลับไปนั่งอ่านให้จบ (แล้วค่อยพิจารณาอีกทีว่าจะซื้อต่อมั้ย) เรื่องนี้ที่บ้านใช้โค้ดเนมว่า "เด็กน้อย" คือ... เรียกเด็กน้อยตลอดทั้งเรื่องว่างั้น... เรื่องนี้ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าสนใจมาก รูปมันดูการ์ตูนผู้หญิงดึงดูดล่ะมั้ง(ท่าทางเรื่องจะน้ำเน่าด้วย อิ อิ) อ่านไป...เซ็ง... ชื่อภาษาญี่ปุ่น... ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงตั้งชื่อภาษาญี่ปุ่น บางชื่ออ่านแล้วแปลกๆ บางชื่ออ่านแล้วไม่ชวนเชื่อว่าคนรวยเค้าจะตั้งชื่อลูกแบบนี้ บางชื่ออ่านแล้วอยากถามคนญี่ปุ่นว่าประเทศคุณตั้งชื่อแบบนี้รึเปล่าคะ?? จริงๆนะเนี่ย เรื่องก็อืม...พออ่านได้ อ่อ...พระเอกเย็นชาเป็นอย่างนี้นี่เอง ตอนนี้อ่านไปประมาณครึ่งเล่มมั้งเดี๋ยวต้องกลับไปอ่านต่อ แต่ก็สนุกในระดับพอใช้ค่ะ (โปรดอย่าเทียบกับประเทศที่หนังสือเล่มนี้ยืมภาษามาตั้งชื่อ อันนั้นถึงมันไม่ได้ดีหมดทุกเรื่อง แต่ในฐานะที่เสพย์เรื่องของประเทศนี้มายาวนาน เราว่าเราชอบของแท้มากกว่านะ)

 

 

1/2 Prince

อ่านไปได้จบบทยังเนี่ย... เรื่องนี้ฮิตมาก ไอ้เราก็ไม่ค่อยเข้าใจเพราะเวลาเข้า Mangafox มันชอบไปอ่านเรื่องที่ติดตามตอนนี้มากกว่าจึงไม่เคยอ่านเรื่องใหม่เท่าไหร่ แต่...สิ่งหนึ่งที่ยังอ่านไม่จบจนถึงทุกวันนี้คือการจัดหน้ากระดาษค่ะ เล่มนี้จัดหน้ากระดาษได้ตัวเองไม่ชวนอ่านมาก อาจเป็นเพราะไม่คุ้นชินกับหนังสือค่ายนี้ (ขนาดการินตัวเองก็เคยยืมมาอ่านแล้วก็ไม่ได้มีความอยากอ่านต่อ<<ร้านเช่าให้เช่าแพงกว่าเรื่องอื่นด้วยแหละ) มันออกจะรก+ตัวหนังสือใหญ่จนรู้สึกว่าตูโดนเอาเปรียบอยู่รึเปล่าวะ ไอ้เรื่องแบบนี้มันก็สำคัญนะเพราะอย่างวรรณกรรมบางเรื่องตัวหนังสือในเล่มใหญ่เท่าหม้อแกง(เช่นเรื่องอุโมงค์) เปิดดูแล้วรู้สึกเหมือนโดนสนพ.ขูดรีดอยู่ยังไงอย่างนั้นแหละเลยไม่ซื้อมาอ่าน ส่วนเรื่องนี้เพิ่งอ่านไปตอนแรกๆ ก็เลยรู้ว่าอ้อ...ขนบนิยายเกมออนไลน์เป็นอย่างนี้นี่เอง แต่งกันอย่างนี้เนอะ อ่อๆ เข้าใจแล้ว และก็ยังอ่านไม่จบ(ไว้จะกลับไปอ่านแล้วกัน)

ส่วนเล่มสุดท้าย.....

 

 

โลกอลเวงของคุณฮาริยามะ

เพิ่งอ่านตอนแรกจบไป (ตอนชายถือขวานใต้เตียงนั่นแหละ) อ่านแล้วถึงเป็นเรื่องสั้นๆแต่เดาไม่ได้ ซูฮกคนเขียนมากเลยค่ะ ขนาดแกเป็นพวกปั่นนิยายไวปานวอก แต่งานแกก็ยังเจ๋งขนาดนี้(กุอยากอ่าน BACCANO! โว้ยยยยย) เนื้อเรื่องเดาไม่ได้ ตัวละครบ้าๆบอๆและประหลาดเต็มเรื่อง แต่ทุกเรื่องจะต้องเกี่ยวกับอีตาฮาริยามะทุกทีสินะ 

ส่วนตัวชอบ BACCANO! อยู่แล้วค่ะ ตั้งแต่ตอนดูอนิเมเลย ผลจากอนิเมทำได้แนวขนาดนั้นเลยทำให้เราติดใจงานของตาคนเขียนคนนี้เลยนะเนี่ย อิ อิ

เรื่องนี้ถอยมาพร้อมกับโชเน็น อนเมียวจิ เล่ม 10 ซึ่งโชเน็นยังไม่ได้อ่านส่วนเรื่องอื่นๆ อันนี้ดูก่อนแต่กะว่าคราวหน้าจะไล่ซื้อคิโนะที่เหลือทั้งหมด(เพิ่งซื้อไปเล่มเดียว) + รอแม่เสือกระเป๋าออกด้วย(โทระโดระอ่ะ) แรกๆก็เฉยๆกับโทระโดระนะแต่พอไปยืมการ์ตูนมาอ่านเท่านั้นแหละ... เหอๆ บลิสกำลังจะได้เงินฉันออกไปอีกแล้วอ้า!!!!หวังว่าสัปดาห์หนังสือคราวหน้าอีนี่จะซื้อของเยอะจนได้ ของแถมจากโปรโมชั่นนะ เหอๆๆๆๆๆๆๆ

ปล.ครั้งนี้เขียนบลอคยาวเป็นประวัติการณ์เลยนะเนี่ย แต่ช่วงนี้หลังจากอ่านจิตาวตารอารมณ์ก็ยังขี้เกียจอ่านเล่มอื่นๆอยู่ อาจเป็นเพราะรอ Shadow series 4 เล่มที่สั่งซื้อไปด้วยล่ะมั้ง  ฮืออออเมื่อไหร่จะมา!!!

ส่วนรูปปกหนังสือทั้งหมด ขอบคุณร้าน SE-ED นะคะ

Double Star (ทวิดารา)

posted on 29 Oct 2009 15:19 by citrusshood  in books-novels

วันนี้เกิดบ้าอะไรไม่ทราบเกิดอยากพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เรื่องนี้อ่านจบมาตั้งแต่ช่วงต้นปีได้ ซึ่งระยะการอ่านนั้นหนังสือเล่มบางๆแค่นี้ใช้เวลาอ่านตั้งหนึ่งปีแหน่ะ!!! ตกใจตัวเองเหมือนกันแต่ช่วงที่ผ่านมามันอ่านๆดองๆค่อยๆอ่านไม่จบสักที (กรณีนี้เกิดขึ้นกับเรื่องการเดินทางของคิโนะเช่นกัน เพิ่งมาอ่านจบเอาไม่กี่วันนี้ทั้งที่อ่านแช่ไว้เป็นปีแล้ว)

 

 

ทวิดารา (Double Star) นี้เป็นงานของ Robert A. Heinlein ค่ะ ส่วนคนแปลและสนพ.ก็เจ้าเดิม ดร.ยรรยง เต็งอำนวย และ สนพ.เอเอสเค (กำลังรอเมื่อไหร่จิตาวตารฉันจะมา!!!)สำหรับงานก่อนหน้าที่เอเอสเคแปลที่บ้านมีแค่จันทราปฏิวัติ(ซึ่ง........ตัวเองก็ยังไม่ได้หยิบมาอ่านสักที)ซึ่งสำหรับ Heinlein นี้งานลุงแกค่อนข้างเป็นงานไซไฟออกแนวการเมือง-สังคมสักหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ค่อยรู้จักงานแกดีเท่าไหร่นั่นแหละ

สำหรับเรื่องทวิดาราเป็นเรื่องของนักแสดงตกอับนามลอเรนโซ สมิธกับภารกิจท้าทายอาชีพนักแสดงที่สุดในชีวิตของเขา ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นในคืนเดิมๆ ที่ร้านเหล้าเดิมๆ แต่มันไม่เดิมเมื่อเขาได้พบกับงานและผู้ว่าจ้างคนหนึ่งในคืนนั้นซึ่งกว่าจะรู้ตัวอีกทีลอเรนโซก็ต้องเล่นละครไปตามบทที่ถูกกำหนดมาซะแล้ว....

และอย่างที่ว่าไป... ระยะเวลาอ่านนานนนนนนมากกกกกกก แต่....พอหลังจากกลับมาอ่านจริงๆจังๆอีกครั้ง มันติดหนึบเพราะความสนุกมันเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องแบบบุรุษที่หนึ่งตลอดทั้งเรื่องค่ะ เหตุการณ์ทุกอย่างผู้อ่านจะได้รับรู้ผ่านการมองของลอเรนโซ ภารกิจของลอเรนโซนั้นตื่นเต้นและยากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เรารู้สึกว่าละสายตาจากหนังสือเล่มนี้ไปไม่ได้จริง อีตอนแรกเราก็นึกว่าเรื่องจะจบลงที่ดาวอังคารแต่ที่ไหนได้ การเมืองนั้นฉ้อฉล ทำให้ชีวิตนักแสดงของเขาต้องไปต่ออีกเรื่อยๆจนกว่าจะรู้อีกทีชีวิตของลอเรนโซนักแสดงตกอับก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงเสียแล้ว...

และอีกตามเคยค่ะ เล่มนี้อ่านไม่ยากเลยนะ แถมบางอีกต่างหาก ที่สำคัญงานชิ้นนี้เป็นงานรางวัลฮิวโกเรื่องแรกของปู่ไฮน์ไลน์ด้วย อยากลองอ่านไซไฟ(ซอฟท์ๆ)ก็ลองมาอ่านเรื่องนี้ดูนะคะ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ

ข้อมูลเบื้องต้นคลิกเลย

**************************

ส่วนตอนนี้จขบ.กำลังอ่าน 'โลกอลเวงของคุณฮาริยามะ' ค่ะ รู้สึกว่าเป็นเล่มที่ถูกใจที่สุดในช่วงนี้เลยจริงๆ เรื่องนี้พลอตแปลกประหลาดที่มีแต่คนประหลาดๆตามสไตล์งานคนเขียนคนนี้นักล่ะ อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกอยากอ่าน BACCANO! ขึ้นมาอีกนะเนี่ย ก็ได้แต่รอๆว่าบลิสจะเอาเรื่องนี้มามั้ยหนอ...เพราะถ้ามันเลือดสาดนี้มันก็คงไม่มากไปกว่าเรื่องอื่นหรอก (แต่ก่อนอื่นจิตาวตารช่วยมาเร็วๆทีได้โปรดดดดด)

จากบลอคนี้.... ในที่สุดก็มาแล้่วข่าวคราวหนังสือที่รออีกเล่ม

สำหรับปกนี้ไปเจอมาในบอร์ดเด็กดีค่ะ เรื่อง Children of the Mind นี้ภาคภาษาไทยที่บอร์ดเอเอสเคได้ปล่อยมาให้ชาวบอร์ดเค้าดูก่อนแล้วไอ้เราก็นะ ขอเอามาโพสช่วยโปรโมทตามระเบียบ

สำหรับเล่มนี้ชื่อภาษาไทยว่า จิตาวตาร (จิต+อวตาร)

 

 

เห็นชื่อภาษาไทยแล้วรู้สึกว่า "สุดยอด" อีกแล้ว!!!! (ถ้าใครรู้เนื้อหาเล่มนี้จะรู้สึกว่าเป็นชื่อที่เหมาะมากๆ) สำหรับใครสนใจหนังสือเล่มนี้ลองคลิกดูที่ Review Books ด้านบนก่อนนะคะ ตอนนี้รีวิวครบ 3 เล่มที่ออกแล้ว ไม่งั้นก็คลิกไปที่เว็บเอเอสเคก็ได้ค่ะ

คิดว่าคอนิยายไซไฟ คงกำลังตั้งตารอสอยแน่ๆ สำหรับคนที่ยังไม่ได้จองก็รีบนะคะ เพราะถ้าพลาดคราวนี้มันก็นะ..... (อาจมีเสียใจภายหลัง)

ส่วนอีกเรื่อง..... ถ้าใครยังจำได้ว่าช่วงนึง จขบ. บ้าอ่านนิยายแฟนตาซีเรื่องหนึงมากกก หลังจากที่อมรินทร์ถล่มออกมา 3 เล่มด้วยความบ้าจึงรีบไปเสาะหาดูว่าสถานการณ์ทางตปท.เค้าไปถึงไหนแล้ว นั่นแหละเรื่องที่ว่าคือหนังสือจอมโจรยูเจนีดีสนั่นแหละ (สามเล่มประกอบด้วย จอมโจรยูเจนีดีส, ราชินีแห่งแอทโทเลีย  และราชาแห่งแอทโทเลีย)

จริงๆนี่ก็ข่าวเก่าแล้วล่ะ เพราะปกนี้เค้าปล่อยมาตั้งแต่เดือนก.ค.แล้ว(แต่ข้าพเจ้าตอนนั้นกำลังบ้าบอเรื่องอื่นๆอยู่ จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร)

ก็เปิดไปที่นี่เลยค่ะ A Conspiracy of  Kings ภาคนี้โซฟอสขอเป็นพระเอก!!!!!(คิดว่านะ) ออก 23 เดือน 3 ปีหน้า

ไม่รู้จะจบเล่มนี้รึเปล่า ถ้าไม่จบก็เตรียมโวยป้าเมแกนต่อไป ทำไมแต่ละเล่มป้าเขียนนานแบบนี้!!!!!!!

เล่มดองๆก็ยังดองๆอ่านไม่จบ เล่มใหม่ก็ออก สุดท้ายไอ้ที่ดองก็ยังดองอยู่อย่างนั้น....ฮือออออ

 

 

วิถีล้างพันธุ์ (Xenocide)
ผู้แต่ง : Orson Scott Card
ผู้แปล : ดร. ยรรยง เต็งอำนวย

มนุษย์มักสาบานยามทำสิ่งผิดพลาดร้ายแรงเสมอว่าจะไม่มีวันทำเช่นนั้นอีก
ทว่าบ่อยครั้งมนุษย์มักหลงลืมและทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วัฏจักรแห่งการฆ่าล้างพันธุ์จึงหมุนเวียนมาบรรจบอย่างไม่จบไม่สิ้น

ท่ามกลางความตึงเครียดและการแข่งกับเวลาว่ากองยานพิฆาตจากสภาดาราวิถีจะมาถึง เมื่อไร มนุษย์แมงและพิกกีสามเผ่าพันธุ์ต่างต้องร่วมมือกันเพื่อให้รอดพ้น จากหายนะครั้งใหญ่  กระนั้นคลื่นใต้น้ำแห่งความชิงชังก็ยังคงไหวอยู่ลึกๆ  และเฝ้ารอวันปะทุขึ้นใหม่ตลอดเวลา

เอนเดอร์ วิกกิน อดีตวีรบุรุษแห่งมวลมนุษยชาติ จะสามารถนำพาลูซิตาเนียฝ่าวิกฤตล้างพันธุ์ไปได้หรือไม่  ฤๅสายใยและสมานฉันท์ระหว่างเผ่าพันธุ์จะเป็นได้แค่เพียงอุดมคติเท่านั้น

 ------------------------------------------

เป็นเรื่องที่หมักดองพูดถึงได้ที่ค่ะ สำหรับ Xenocide นี้เป็นเล่ม 3 ของ Ender Saga แล้ว เล่มนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่าต้องอ่านเล่ม 2 มาก่อนจึงจะอ่านเล่มนี้รู้เรื่องจริงๆ เพราะเนื้อเรื่องนั้นเกิดขึ้นบนดาวลูซิตาเนียต่อเนื่องจากเล่มที่แล้ว แม้ว่า timeline จะห่างจากเล่ม 2 ไปร่วมยี่สิบถึงสามสิบปีก็ตาม เอนเดอร์มาในเล่มนี้ก็กลายเป็น "ตาแก่" ไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับลูกๆที่โตกันเป็นผู้ใหญ่กันหมด

ทุกคนต่างมีหน้าที่ที่เหมือนกับเป็นงานของตระกูลและทุกคนต้องค้นคว้าเพื่อแข่งกับเวลาที่กระชั้นระหว่างศึกสองด้าน.... หนึ่งคือเดสโคลาดาและอีกหนึ่งคือยานรบจากสภาดาราวิถีที่เตรียมมาถล่มบ้านของพวกเขา... 

เรียกได้ว่าเปิดศึกสองด้านกันเลยทีเดียวเชียว... แต่ก็อีกนั่นแหละ ปัญหามันไม่ได้มีแค่นั้น... สำหรับในเล่มนี้ยังมีปัญหาที่ซับซ้อนและซ้อนทับกันมากมาย เนื่องจากลูซิตาเนียได้กลายเป็นสังคมเปิด และเพราะการเอาตัวรอดของเหล่าผู้คนบนดาวดวงนี้ซึ่งทำให้ "บางคน" ในอีกหลายปีแสงห่างไกลออกไปเกิดความเคลือบแคลงในความผิดปกติเกี่ยวกับดาวลูซิตาเนียแห่งนี้...

เรื่องทั้งหมดในเล่ม 3 เกิดขึ้นในสองสถานที่พร้อมกัน ต่างวัฒนธรรมและเชื้อชาติแต่พบว่าปัญหาของทั้งสองที่นั้นเหมือนกันอย่างคาดไม่ถึง ระหว่างที่เราอ่านไปเราจะได้รู้จักตัวละครและสังคมมากขึ้นในโลกอีกแห่งที่เราเพิ่งรู้จักและได้รู้จักความเป็นไปในเชิงลึกระหว่างปฏิสัมพันธ์ระดับครอบครัว สังคมและเผ่าพันธุ์มากขึ้นในสถานที่ๆเราคุ้นเคยกันดีอยู่

ทั้งสองเหมือนเส้นทางคู่ขนานสองสายที่ไม่น่าจะบรรจบกันได้ แต่เมื่ออ่านไปจะพบว่าเส้นทางทั้งสองต่างค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันอย่างแนบเนียนจนกลายเป็นเส้นเดียวในที่สุด คล้ายการเชื่อมต่อด้วยแอนซิเบิลที่เชื่อมต่อทั้งจักรวาลทั้งหมดและกลายเป็นศูนย์รวมของทุกสิ่งในเรื่องนี้

สำหรับวิถีล้างพันธุ์นั้นเป็นเหมือนจุดสิ้นสุดที่จะนำไปสู่จุดเริ่มต้นของจุดจบที่แท้จริงของเรื่องราวทั้งหมดเพราะฉะนั้นถ้าใครตามอ่านมาถึงเล่มนี้แล้วก็อย่าลืมรีบจองเล่ม 4 Children of Mind อันเป็นเล่มจบของหนังสือชุดนี้นะคะ >>คลิกไปโลด<<

ส่วนใครอ่านรีวิว(มั้ง)ของเราแล้วเกิดสนใจก็คลิกเข้าไปที่เว็บ เอเอสเค ได้เลยค่ะ

แต่จริงๆแล้วเท่าที่ไปดูรายชื่อในวิกิจะพบว่ามีอีก 2 เล่มที่เป็นเรื่องใน Ender Saga อยู่ทั้ง A War of Gifts และ Ender in Exile ก็....หวังว่าจะได้อ่าน 2 เล่มนี้แบบแปลไทยในอีกภายภาคหน้า ไม่งั้น.....เกิดบ้าขึ้นมาคงได้ไปถอยภาษาอังกฤษมาแหงๆ ส่วนจะอ่านรู้เรื่องไม่รู้เรื่อง.... นั่นเป็นเรื่องของอนาคต....

ปล.ไม่ได้เป็นหน้าม้าสนพ.นะเพียงแต่รู้สึกว่าอยากให้ทุกคนได้อ่าน(เพื่อที่ตัวเองจะได้อ่านงานอื่นๆมากกว่านี้อีก)


ShoutMix chat widget