ช่วงชีวิตที่เพิ่งผ่านร้อนหนาวมาไม่นานกับปัญญาอันน้อยนิดของหัวสมอง ส่งผลให้ประสบการณ์อันน้อยนิดของการดูหนังมีแต่ระดับพื้นๆ ไม่เคยได้ดูหนังเกรดAกับเขาซะที.... เรื่องนี้มันเกิดเมื่อประมาณปลายปีก่อนมั้ง ว่าจะเล่าตั้งนานแล้วแต่ก็ดันจำชื่อเรื่องมันไม่ได้อีก ไอ้หนังเกรดAที่ว่ามันมีชื่อเรื่องว่า"The Company" เรื่องนี้คือหนังของสุดยอดผู้กำกับ บทของเขาเฉียบคมนัก(ตามคำนักวิจารณ์ว่า) เขามอบบทให้กับตัวละครทุกตัวได้เท่าเทียมกันหมด จน....สามารถดึงดูดผู้มีปัญญาน้อยอย่างเรามาดูได้..... จากคำชักชวนของพี่สาวบวกกับความบ้าของเรา ทั้งสองพี่น้องต่างพากันนั่งดู"The Company"อย่างตั้งใจ.... ตอนนั่งดูก็ดูมันไปเรื่อยๆดูปาย.....ดูปาย.... ดูจนจบเรื่อง บทละครทีลื่นไหลดีมาก ดีจริงๆ....ดีจนสุดท้าย สองพี่น้องนั่งหน้าเอ๋อกันว่าหนังมันให้อะไร บอกตามตรงไอ้เราก็ดูไม่รู้เรื่องเลย ถามพี่เรามันก็บอกว่าไม่รู้เรื่องอีก สองคนได้แต่งงเมื่อถึงตอนจบ พระเอกให้ช่อดอกไม้นางเอก แล้วหนังก็จบ..... อะไรฟะจบแล้วเรอะ!!! เวง ตูไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย ทั้งเรื่องมีแต่จะจัดโชว์งูยักษ์สีน้ำเงิน แล้วก็เต้นบัลเล่ย์เต้นไปเต้นมา จบเระ!!! เวงตูดูไม่รู้เรื่อง ดังนั้นเรื่องนี้พวกเราสองคนพี่น้องจึงให้ข้อสรุปว่าหนังเรื่องนี้ดูได้แค่งูยักษ์สีน้ำเงิน....
โอ้ว!!!ปัญญาข้าน้อยต่ำต้อยดูหนังเกรดAไม่รู้เรื่อง อ่า....แก่นแท้ของหนังมันให้อะไร....ตูล่ะงง....
แง่วๆสดๆร้อนๆตอนนี้ที่บ้านเปิดIron Pussy หรือหัวใจทรนง ในชื่อภาษาไทย หนังของอภิชาติพงศ์ผู้สร้างผลงานอันฮือฮาว่าดูไม่รู้เรื่องอีกคนนึงอีก ไม่แต่เรื่องนี้ดูรู้เรื่องนะ ตลกแกมสังเวชกับมุกในเรื่องขำจริงๆจากกระเทยกลายเป็นหญิงแท้โดยไม่มีการบอกเล่าอะไร...เพราะคุณเธอกลายเป็นผู้หญิงเองไปโดยปริยาย....แถมยังมีฉากช๊อคคนดูตอนจบว่าสุดท้ายแล้วพระเอกคือใคร เรียกได้ว่าฮาแตก......อย่างมาก...ใครพลาดแล้วจะเสียดายเพราะเรื่องนี้ฮาจริงๆ
สุดท้ายแล้วเราคงดูได้แค่หนังที่ใช้ตาดู ใช้ใจดูคงดู.....ไม่รู้เรื่อง.........
ไม่รู้เป็นอะไรมันว่างมั้งเลยนั่งดูหนังบ่อยเมื่อวานก็เพิ่งดู Etenal Sunshineที่จิม แคร์รี่เล่น โหยมันเกรดAนะ(อีกแระ)แต่ครั้งนี้ดูรู้เรื่องอ่ะ แอบดีใจนิดๆว่าฉานไม่โง่(เย้) เรื่องนี้ดูแล้วสนุกจริงๆ อาจดูงงๆในตอนแรกแต่พอนั่งดูไปเรื่อยๆก็จบพบว่ากลการเล่าเรื่องของหนังมันดีจริงๆ ความรักจะดีจะเลวยังไงถ้าคนมันรักก็ยังรับกันได้ โอ....ลองไปดูกันนะ
++++++++++++++++++++++++
ส่วนเรื่องที่สองที่ดูคือ......Love Letterหนังญี่ปุ่นสุดเศร้า....ดูทีไรน้ำตาซึม...ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าเอ่ยปาก สุดท้ายเพิ่งรู้ว่าเขารักเมื่อเขาตายไปแล้ว ยอมรับจริงๆว่าดูครั้งแรกร้องไห้เลยนะ แถมยังมีเพลงเซโกะ มัตสึดะอีก ร้องว่าอะไร ไอ้ดีวีดีมันดันไม่แปล หงุดหงิดเลย.....
++++++++++++++++++++++++
วันนี้ฉันมานั่งพล่ามอะไรอ่ะเนี้ย.....แต่ดีใจมากๆเรยข้าน้อยได้งานทำแล้ว....เย้........
คอมเมนท์นิด....รูปท่านอัสรันที่linkมาจากgundams.netหายไปแระกรำจริงๆ
เรื่องนี้ได้ดูเมื่อคืนวันอังคารพอดีเปิดเจอตอนดึก็เลยนั่งดูซะ ไหนๆเค้าก็ฉายฟรีให้เราดูนี่หว่า เรื่องนี้เราเคยอ่านหนังสือจบชุดเรื่องสั้นไปละ สนุกมากๆโดยเฉพาะเวลาที่มีเจ้าวิศวกรหุ่นยนต์สองคน คู่หูคู่ฮา อ่านที่ไรขำซะ แต่พอมาดูเรื่องนี้ โอ้ว...โอ้ว....มันอะไรกันนี่เอามาแต่ชื่อเรื่องและตัวละครจริงๆสมคำล่ำลือดูไปได้แต่นั่งส่ายหัว เฮ้ย!!ผู้เขียนบทนี่ตกลงแกสร้างเรื่องอะไรกันแน่ฟะ I, Robot ที่ไม่ใช่ I, Robot ดูยังไงมันก็ Cave of Steelชัดๆ(เอ่อ...สำหรับท่านที่ไม่รู้เรื่องเมื่อมาอ่านblogเรา Cave of Steelมีแปลเป็นไทยแล้วนะคะในชื่อโลหะนคร)
Will Smith เล่นเป็นนักสืบSpooner ก็อย่างกับนักสืบ เอไลจาห์ ในโลหะนครก็ไม่ปาน(อย่างน้อยก็อาชีพเดียวกันกับอคติเรื่องหุ่นยนต์ล่ะว้า)
หุ่นยนต์Sonnyก็อย่างกับถอดแบบมาจาก ห. ดานีล หุ่นยนต์ในตำนานของเรื่องทั้งหลายที่อาซิมอฟแต่ง
ส่วนเจ๊นักจิตวิทยาหุ่นยนต์นาม ดร.ซูซาน คาลวิน เจ๊แกดูใจดีกว่าในหนังสือเยอะ(ในหนังสือดูออกจะเย็นชาเกินไปด้วยซ้ำ
อย่างนี้ล่ะดูหนังที่สร้างจากหนังสือที่ชอบท่านอย่าหาอะไรที่มันสมบูรณ์แบบตามบทประพันธ์ที่ได้สร้างเอาไว้.... ถ้านับว่าดูเอามัน ก็เรียกได้ว่าเรื่องนี้ก็โอเคนะ สำหรับเราแล้วเรื่อง I, Robot สามารถจำลองโลกอนาคตไว้ได้สมบูรณ์แบบพอตัวเชียวล่ะ....
หุ่นSonnyแท้จริงแล้วคือดานีลปลอมตัวมา.....