Ghost Hound = ไสยศาสตร์ + วิทยาศาสตร์
posted on 23 Apr 2008 22:33 by citrusshood in anime
ตอนแรกกะว่าจะไม่เขียนรีวิวเรื่องนี้แต่อดไม่ได้ต้องยกขึ้นมาพูดจริงๆ เพราะเรื่องนี้เป็นอนิเมเพียงเรื่องเดียวในอนิเมเดือนตุลา(จากทั้งหมดที่เราตั้งใจจะดูประมาณ 4 เรื่อง) ที่สามารถดูจบ แถมดูแบบจดจ่อโหลดเสร็จดูทันทีเป็นเรื่องที่สองต่อจาก Bokurano ด้วย
Ghost Hound คืออนิเมที่จัดทำขึ้นเพื่อฉลองครบรอบการก่อตั้ง 20 ปีของสตูดิโอ Production I.G และเป็นการร่วมมือกันของสตูดิโอนี้และShirow Masamune ผู้แต่งเรื่อง Ghost in the Shell แค่ชื่อคนแต่งก็การันตีได้ว่ามันต้องปวดหัวแน่ๆ (แต่เราดูแล้วไม่อย่างนั้นนะ)

(ขออนุญาติใช้รูปหากิน เพราะเดี๋ยวนี้เว็บไม่ให้เซฟแล้ว....)
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เริ่มที่เด็กชายทั้งสามคนได้แก่ ทาโร่ มาโกโตะ และมาซายูกิ เด็กชายอายุ 14 แห่งเมืองซุยเตน (Suiten) เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของเกาะคิวชู พวกเขาต่างคนต่างเคยผ่านประสบการณ์ที่เลวร้ายในอดีต และทั้งสามก็ได้มีประสบการณ์ร่วมกันคือการถอดจิตออกจากร่างและด้วยประสบการณ์นี้เองทำให้พวกเขาได้รู้จักกันและเป็นเพื่อนกัน แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวทั้งหมดมันจะมีมากกว่านั้นเมื่อเด็กทั้งสามได้รู้จักโลกอีกโลกหนึ่งซึ่งเป็นโลกของภูตผีที่เรียกว่า Unseen World

ส่วนของเนื้อหาและรายละเอียดนั้นเยอะและแน่นหนามากทั้งพลอต บทพูดและการดำเนินเรื่อง อนิเมเรื่องนี้มีทั้งหมด 22 ตอน ซึ่งดูเหมือนว่ามันอาจจะดูน้อยเกินไปจนคนดูอย่างเราๆท่านๆคิดว่ามันจะสามารถจบได้ในจำนวนตอนเพียงเท่านี้หรือ แต่ Ghost Hound สามารถทำได้และลงตัวค่ะ ในหลายๆฉากได้มีการพูดถึงทฤษฏีทางด้านจิตวิเคราะห์และสมองเป็นจำนวนมากซึ่งมันอาจดูเข้าใจยาก แต่เรื่องราวสิ่งเหล่านั้นทำให้มันดูง่ายขึ้นและช่วยขยายลักษณะของตัวละครได้ดีโดย จะถูกแสดงออกผ่านการรักษาและพฤติกรรมของตัวละคร อย่างประสบการณ์การออกจากร่างซึ่งเจ้าสิ่งนี้เป็นจุดสำคัญและเชื่อมโยงเด็กทั้งสามไว้ได้อย่างแนบแน่น
ในเรื่องGhost Hound นี้ได้เสนอมุมมองหลายมุมที่น่าสนใจ อย่างนักวิทยาศาสตร์ที่โดนสิ่งเหนือธรรมชาติท้าทาย และ วิทยาศาสตร์ที่กระทำการก้าวล้ำขอบเขตของสมดุลธรรมชาติ ดังนั้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องจึงเริ่มขึ้นในเมืองที่เงียบสงบและดูมีขนบแบบญี่ปุ่นแท้ที่เคร่งครัดอย่างซุยเตน
ผู้แต่งได้แสดงให้เห็นถึงสองสิ่งที่อยู่คู่ขนานกันอย่างวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์ให้สามารถกลมกลืนกัน เรื่องบางเรื่องสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลังวิทยาศาสตร์แต่บางเรื่องก็สามารถพิสูจน์ได้ในแง่ของไสยศาสตร์ สองสิ่งที่ถูกมองว่าแสนจะต่างขั้ว แท้จริงแล้วมันคือสิ่งเดียวกันที่ถูกสะท้อนออกมาในคนละด้านเหมือนเหรียญสองด้าน ซึ่งแล้วแต่ว่าตัวเรา(และตัวละครทั้งหมดในเรื่อง) จะเปิดรับเรื่องราวในด้านไหนมากกว่ากัน


ในด้านของตัวบทและการดำเนินเรื่อง เท่าที่เคยอ่านเจอมา หลายคนมองว่าเรื่องนี้อืดและยืดไม่ได้ดั่งใจดูแล้วง่วงนอน บางตอนเกือบทั้งตอนจะมีแต่การพูดคุยและอ้างอิงทฤษฏีต่างๆจนคนดูเวียนหัว แต่สำหรับจุดที่น่าเบื่อนี้ หากเราตั้งใจฟังและดูดีๆ ก็จะพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวละครพูดออกมานั้นล้วนเกี่ยวข้องและเป็นเนื้อหา (keyword) ที่ผู้เขียนบทต้องการจะสื่อกับคนดูแทบทั้งสิ้น หรือเรียกง่ายๆว่าทุกคำพูดทุกการกระทำของตัวละครในเรื่องต่างมีค่าและส่งผลต่อการดำเนินเรื่องราวในตอนต่อๆไป ซึ่งสิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจให้กับอนิเมเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แถมยังผนวกกับงานด้านงานภาพและเสียงที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ พาคนดูดำดิ่งไปกับสภาวะของตัวละครในขณะนั้น เรื่องนี้เราต้องยกนิ้วให้กับการจับจังหวะและใส่เสียงประกอบที่ต้องเรียกได้ว่ายอดเยี่ยมและทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ด้านตัวละคร เรื่องนี้มีจุดใหญ่ๆของเรื่องทั้งหมดอยู่ที่เด็กทั้งสามคนได้แก่ ทาโร่, มาโกโตะ และมาซายูกิ พวกเขาต่างมีจักรวาลเรื่องราวของตนเองแต่ส่วนหนึ่งก็ยังคงเกี่ยวพันซึ่งกันและกัน ทั้งสามช่วยกันพาคนดู พวกเขาต่างพยุงเรื่องราวให้ดำเนินไปด้วยดีจนจบเรื่องพร้อมๆกับตัวละครอีกตัวหนึ่งที่เหมือนกับจะเป็นแกนกลางของเรื่องราวทั้งหมดอย่างมิยาโกะ
ทาโร่เขามีอดีตในวัยเด็กที่เลวร้ายเมื่อ 11 ปีก่อน และอยากจะจำช่วงเวลาสุดท้ายที่เขามีชีวิตอยู่กับพี่สาว จึงทำให้เขาอยากเจอกับพี่สาวที่ตายไปและอยากขุดคุ้ยเรื่องราวของตนเองเมื่อตอนสามขวบ
มาโกโตะ ผู้มีปมทางจิตใจเป็นเด็กที่คิดว่าตัวเองนั้นเป็นลูกของฆาตกร ขังตัวเองไว้กับโลกส่วนตัวและไม่เปิดรับรู้เรื่องราวจากคนอื่นๆ
มาซายูกิ เด็กนักเรียนที่เพิ่งย้ายมาจากโตเกียว เขามีอดีตกับเรื่องราวที่เลวร้ายเมื่อรู้ว่าตนเองคือสาเหตุให้เพื่อนในห้องนั้นฆ่าตัวตายจนกลายเป็นปมด้านความกลัวของตนเอง


ทั้ง 22 ตอนเราจะได้เห็นพัฒนาการของเด็กทั้งสามคนที่ค่อยเป็นค่อยไป เรียนรู้โลกของผู้ใหญ่ และเติบโตไปพร้อมๆกับปริศนาที่คาใจในอดีต ค่อยๆคลายจนพวกเขาสามารถก้าวข้ามประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีตของตนเองได้ และเรื่องนี้ก็จัดว่าเป็นหนังประเภท Coming of Age อีกเรื่องที่น่าสนใจค่ะ
ท้ายนี้.... Ghost Hound ไม่ใช่แค่เรื่องราวแนวผีธรรมดา แต่เป็นเรื่องราวที่รวมและแสดงให้เห็นถึงสภาพสังคมความเป็นชาติที่แสดงออกและแนวคิดของประเทศญี่ปุ่นอย่างชัดเจน อีกทั้ง Ghost Hound ยังเป็นหนังที่เตือนผู้ดูทุกคนให้รู้สึกถึงการกระทำของตนเอง การค้นพบและการละโมบของคนที่ไม่มีที่สิ้นสุดที่สุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างต่างสะท้อนกลับมาหาตัวเราแทบทั้งสิ้น และถึงท้ายที่สุดจนมาถึงตอนจบ Ghost Hound ได้ทำหน้าที่เล่าเรื่องและตอบโจทย์ของธีมเรื่องได้อย่างดี แม้หลายเรื่องจะคาใจคนดู แต่เมื่อนึกย้อนกลับมาอีกที คำตอบเหล่านั้นก็ได้มีเฉลยไว้ในเรื่องหมดแล้วดังเช่นทาโร่ท้ายที่สุดเขาก็ได้รู้แล้วว่าพี่สาวเขาเป็นยังไงบ้างในตอนนี้
เรื่องบางเรื่องอาจไม่ต้องแสดงออกทางรูปธรรม ไม่ต้องหาทฤษฎีมาอ้างอิง แต่อยู่ที่จิตใจและความนึกคิด และสำหรับ Ghost Hound เราตีความได้ว่าอย่างนั้นค่ะ และสำหรับทีมนี้...ก็พบกันใหม่กับเรื่อง Real Drive กับซับเจ้าเดิม(ที่โหลดตอน 1 มาดูแล้วแต่ยังไม่ได้ดู) Shirow Masamune จะเล่นประเด็นจิตใจ สมองและ วิทยาสาสตร์อะไรอีกต้องรอชมแล้วล่ะ
และท้ายถึงท้ายที่สุด ขอบคุณเว็บ Official ของเรื่องนี้ที่เอื้อเฟื้อภาพมาใช้งานนะคะ (เพราะขี้เกียจ cap ค่า...)
ปล.เรื่องนี้เป็นอนิเมที่ดูตอนจบแล้วอบอุ่นอีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ
ปล.2 ตอนแรกเราชอบน่ารักดูโชตะแบบทาโร่นะ แต่ไปๆมาๆ ดันเอนเอียงไปชอบมาซายูกิแล้วอ่ะดี๊....เย้ย..... (ดูเท่ยังไงก็ไม่รู้แฮะ อิ อิ) ส่วนมาโกโตะอันนั้นขึ้นหิ้งไว้อยู่แล้ว (ด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ ท่านขาประจำบลอคนี้คงเข้าใจ~ฮา)
ปล.3 เรื่องนี้มีเกมส์ด้วยแฮะ.... เหอๆๆๆๆ
ดีใจได้รู้จักการ์ตูนเพิ่มค่ะ
#1 By wanako_chan on 2008-04-24 00:01