หลังจากที่นั่งดูตอน 22 จบเราก็ตั้งใจจะเขียนถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังสักทีสำหรับ โบคุราโนะ เรื่องนี้เป็นอนิเมที่ดูแล้วเยี่ยมสุดๆสำหรับเราในช่วงอนิเมฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาเลยค่ะ นอกจากจะไม่มีให้เห็นถึงการเผาสักตอนแล้ว เนื้อเรื่องของโบคุราโนะฉบับอนิเมยังสมบูรณ์ด้วยตัวของมันเอง สามารถเป็นอีกโลกคู่ขนานหนึ่งของโบคุราโนะฉบับหนังสือการ์ตูนได้อย่างน่าสนใจ และแม้ว่า โบคุราโนะนั้นจะเป็นการ์ตูนที่มืดมนอืมครึมอ่านแล้วปวดสมองยิ่งนัก (ซึ่งบัดนี้ยังไม่กล้าอ่านเลยนะเนี่ย แต่คิดว่ากำลังจะบ้าหามาอ่านแล้วล่ะ) แต่สำหรับโบคุราโนะคืออนิเมอีกเรื่องหนึ่งที่ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่นจริงๆค่ะ

เรื่องราวของโบคุราโนะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ของโลกเรา ช่วงเวลามนุษย์ที่สามารถพัฒนาอาวุธร้ายแรงได้ ช่วงเวลาที่มีระบบคอมพิวเตอร์ทันสมัยกว่าโลกในปัจจุบันที่เราดำรงอยู่ และเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาของการปิดเทอมฤดูร้อนอันแสนสุขของเด็กๆทั้งหลายในเรื่องนั่นเอง เด็กๆทั้งหมดในเรื่องนี้ต่างกำลังอยู่ในวัยตั้งแต่ประถมถึงมัธยมต้น อยู่ในช่วงที่เรียกได้ว่ากำลังจะก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ วัยที่เด็กๆต่างคิดว่าตนเองโตแล้วพวกเขาสามารถรู้จักโลกและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างดีพอ และวันหนึ่งพวกเขาได้พบกับชายแปลกหน้าที่ชายทะเล ซึ่งชวนให้พวกเขาเล่นเกมส์ชนิดหนึ่งที่จำกัดคนเล่นแค่ 15 คนเท่านั้น เด็กเกือบทุกคนต่างลงชื่อของตัวเพื่อเล่นเกมส์นั้น โดยหารู้ไม่ว่าเกมส์นี้จะมีผลต่อไปยังไงกับชีวิต...

โบคุราโนะดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อนพร้อมๆกับการดำเนินไปของตัวละครในเรื่อง เด็ก 15 คนต่างที่มาต่างจิตต่างใจ บางคนเป็นเด็กธรรมดาเพื่อนฝูงมากมายต่างก็มีใครสนใจ บางคนเป็นเด็กเก็บกดรักความรุนแรงชอบทรมานสัตว์ บางคนเป็นเด็กเงียบขรึมเหมือนต้องการจะปฏิเสธทั้งโลกถ้าทำได้ แต่ทั้ง15คนต้องมาอยู่ร่วมเล่นเกมส์เดียวกันบนเจ้าหุ่นยนต์ยักษ์นามว่า Zearth


ใน 24 ตอน โบคุราโนะได้เล่าถึงชีวิตของเด็กแต่ละคนผ่านศึกที่ทุกคนต้องเผชิญคือการขับเจ้า Zearth และการได้รู้ชีวิตก่อนหน้าที่ทั้ง 15 คนจะได้มาเจอกันนั้นเป็นแรงจูงใจที่ทำให้แต่ละคนมีแนวทางการต่อสู้และวิธีการสู้เป็นของตนเอง อย่างนักบินคนแรก(วากุ)คิดว่านี่คือเกมส์ โดยไม่ได้สนใจเลยว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวนั้นที่เสียหายเป็นของจริง ในขณะที่เด็กคนที่สองอย่างโคดากะเขาต่อสู้ด้วยความหยิ่งทะนงว่าตนนั้นคือผู้ถูกเลือกไม่สนใจฟังใครทั้งสิ้น และอย่างนักบินคนที่สามอย่างชิซึรุไม่ได้สนใจเลยว่าการแข่งจะเป็นอย่างไรมุ่งแต่แก้แค้นส่วนตัว โลกมันคงดูมืดมนกว่านี้ถ้าเด็กๆดูจะสิ้นหวังกันทุกคน ต่างฝ่ายต่างแสดงธาตุแท้ของคนเองออกมาอย่างไม่เกรงใจกัน แต่สำหรับฉบับอนิเมนี้ผู้กำกับเลือกที่จะช่วยพวกเขาค้นหาทางออกให้กับชีวิตว่าจริงๆแล้วแต่ละคนสู้เพื่ออะไร มีอะไรที่ต้องปกป้อง และคำว่าปกป้องนี่แหละคือสิ่งค้ำจุนจิตใจให้เด็กๆเหล่านั้นสู้ต่อไปจนเฮือกสุดท้ายของชีวิต ก้มหน้ายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น หวังให้คนที่มีชีวิตแทนพวกเขามีความสุข ดังนั้นพวกเขาจึงต่อสู้และพยายามที่จะชนะเรื่อยมา

แต่จนมาถึงจุดพลิกผันของเรื่อง โบคุราโนะได้เปิดให้เห็นจักรวาลที่ใหญ่กว่าและการต่อสู้ที่แท้จริงของการแข่งขันครั้งนี้ว่าหมายถึงอะไร เราจะเริ่มคิดแล้วว่าหากอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนเหมือนเรามีพี่น้องมีผู้ที่รออยู่เบื้องหลังแบบเรา เราสามารถที่จะสู้ต่อ กล้าที่จะสังหารคนทั้งโลกมั้ย? เป็นคำตอบที่ยากเพราะมนุษย์ธรรมดาโดยพื้นฐานก็ยังมีมโนธรรมในจิตใจอยู่ แต่...สิ่งนี้ก็ถูกตัดสินใจโดยมากิผู้ที่ได้รับรู้ถึงความเลวร้ายเป็นคนแรก เพราะการแข่งขันของเธอนั้นต่อสู้ท่ามกลางประชาชนนับล้านที่อยู่ในอีกจักรวาลหนึ่งอยู่ในอีกดาวเคราะห์หนึ่งที่เหมือน "โลก" แม้จะลังเลแต่เธอตัดสินใจแล้วว่าขอเลือกที่จะปกป้องอีกชีวิตที่จะมาแทนที่เธอให้กับพ่อแม่ของเธอจะดีกว่า มากิจึงเลือกที่จะจัดการศัตรูซะ แต่ใช่ว่านักบินทุกคนจะเป็นแบบมากิหมดเพราะในศึกแรกของคิริเอ คู่ต่อสู้ของเขายอมที่จะตายและทำลายโลกของตัวเองทิ้งไปเพื่อให้โลกของคู่ต่อสู้ยังอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นโบคุราโนะก็ยังมีเรื่องให้ประหลาดใจอีกเรื่องหนึ่งเมื่อเราได้รู้ว่ามีใครคนใดคนหนึ่งทรยศพวกเขา หลอกให้พวกเขามาเล่นเกมส์นี้โดยรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะต้องตาย เพราะเกมส์ของโบคุราโนะจำเป็นต้องมีผู้สืบต่อเดินทางไปโลกคู่ขนานเพื่อให้วงจรของเกมส์นี้ดำเนินต่อไป เป็นเหมือนเกมส์คัดเลือกผู้ที่แข็งแกร่งและสมควรอยู่รอดในจักรวาลที่ไม่รู้จบ และสำหรับผู้ที่วนเวียนอยู่ในวงจรซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างมาจิ โยโกะนั้นการได้เห็นได้รู้จัก และรับรู้ของการตายของเพื่อนๆเธอคนที่รู้จักของเธอนั้นเป็นสิ่งที่น่าเศร้านัก ทุกสิ่งทุกอย่างวนเวียนกลับมาจุดเดิมจนกลายเป็นเรื่องที่เธอรังเกียจ เป็นเหมือนบาปหนาที่คอยติดตัวเธออยู่ตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่คอยประคองให้เธอยังคงทำหน้าที่นี้ต่อไปคือพี่ชายของเธอ ซึ่งเคยเป็นนักบินที่เหลือรอดของเกมส์นี้ และกลายเป็นโคเอมูชิผู้ชี้แนะแนวทางการต่อสู้ไปที่สุด และแม้ว่าในท้ายที่สุดเราจะไม่รู้ว่า Mastermind หรือผู้ที่อยู่เหนือเกมส์เหล่านี้ทั้งมวลจะเป็นใคร
แต่โบคุราโนะก็ได้ให้คำตอบและจุดจบที่สวยงามอย่างสมบูรณ์ให้กับคนดูแล้วค่ะ

เรื่องราวของโบคุราโนะนั้นเป็นเรื่องที่มีการซ้อนกันของพลอตมีการขมวดปมอยู่หลายปม ใน 24 ตอนเราจะเริ่มค่อยๆรู้จักตัวละครไปเรื่อยๆ พร้อมๆปริศนาในเรื่องที่ค่อยๆคลี่คลายตามลำดับ หลายคนอาจมองว่าเรื่องนี้ไม่มีพระเอกนางเอก เด็กทั้งสิบห้าคนคือตัวนำอย่างเท่าเทียม แต่โบคุราโนะฉบับอนิเมนี้ ตัวเรื่องตั้งใจจะสื่อให้เห็นถึงพัฒนาการของเด็กคนหนึ่งอย่างจุน อุชิโระซึ่งจะเรียกง่ายๆว่าจุนคือพระเอกก็ว่าได้


เพราะตั้งแต่ต้น เรื่องราวของจุนจะค่อยๆเปิดเผยออกมาเรื่อยๆ จากเด็กที่น่ารังเกียจเป็นพวกตีน้อง ปฏิเสธสังคม จุนค่อยๆมีการพัฒนาตัวเขาเรื่อยๆ จากเด็กไม่เอาไหนธรรมดาที่เห็นแก่ตัว จุนเริ่มกลายเป็นเด็กที่เข้มแข็งสามารถปกป้องผู้อื่นได้ สามารถยืนหยัดอยู่บนการต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวได้ สิ่งที่ประทับใจที่สุดสำหรับจุนคือ ฉากการต่อสู้ของเขา จุนใช้เวลาบน Zearth อย่างโดดเดี่ยว เขาทำได้แค่นึกถึงเพื่อนๆ การต่อสู้ของพวกเพื่อนๆเขาที่จากไปนั้นเป็นอย่างไร จากแรกเริ่มเดิมทีที่เขาเป็นเพียงเด็กที่มองเห็นแต่ตัวเอง จุนค่อยๆเข้าใจทุกคนทีละนิดๆ การสู้เพื่อปกป้องเป็นอย่างไร การต่อสู้ที่ไร้สติเป็นอย่างไร การต่อสู้แบบเล่นสนุกเป็นอย่างไร ทุกอย่างเกิดขึ้นใน 30 ชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตเขา และเรื่องราวของเขาก็จบลงอย่างสมบูรณ์โดยตัวเขาเป็นผู้ชนะในเกมส์สุดท้ายของชีวิต

แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่มีคนไหนเหลือรอด แต่เรื่องราวของเด็กๆทั้งสิบห้าคนก็จะยังคงอยู่ตลอดไปในความทรงจำ สำหรับฉบับอนิเม ผู้สร้างอาจต้องการเติมคำหลังที่ขาดหายไปของเรื่องนี้ให้เต็มว่า Bokura no Monogatari หรือ เรื่องราวของพวกเรา ก็เป็นได้ค่ะ

ปล.ครั้งหน้าอยากอัพเรื่อง Speaker for the dead หรือ วาทกะแด่ผู้ล่วงลับค่ะ จะพยายามรีบอ่านให้มันจบก่อนสัปดาห์หนังสือเลิกเผื่อใครแวะเข้ามาอ่านและสนใจจะได้ไปช่วยกันอุดหนุน หนังสือเล่มนี้ ผู้แปลกับผู้ทำหนังสือจะได้มีแรงทำกันต่อไป โปรโมทแบบไม่ได้ค่าโฆษณานะเนี่ย แต่เราอยากให้คนไทยได้ชื่อว่าอ่านหนังสือที่มีคุณค่ากว่านี้บ้างค่ะไม่ใช่ได้ชื่อว่าอ่านหนังสือปีละสองเล่มแล้วไอ้ปีละสองเล่มที่ว่านั้นเป็นหนังสือที่สักแต่มีแค่ตัวหนังสือพิมพ์ลงกระดาษแค่นั้น (ยอมรับว่าอยากอ่านจบทั้งชุด 4 เล่มด้วยนะเนี่ย 5555+) แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่าเรื่องนี้และเรื่องโบคุราโนะเชื่อมโยงกันอย่างนึงคือ ท้ายเรื่องแล้วคานะจังผู้เหลือรอดเธอก็คือวาทกะแด่ผู้ล่วงลับดีๆนี่เองล่ะค่ะ ^-^
ปล2. เอนทรีนี้ยาวเป็นประวัติการ ด้วยรูป+ตัวหนังสือ........
ปล.3 เกือบลืมแปะเพลง อันนี้เพลง ED 2 ของเรื่องนี้ค่ะ ถ้ารู้คำแปลจะเป็นเพลงที่เข้ากับเรื่องนี้จริงๆนะเนี่ย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากดูเรื่องนี้อ่ะงิ >w<
แบบว่าอ่านแค่เล่มแรกก็ถูกใจแล้วอ่ะ แต่พี่ไม่ยอมเช่าต่อ -*-...
ขอบคุณสำหรับเรื่องย่อขอรับ >w<\
อ่านแล้วยิ่งอยากอ่านต่อ =[]=!!
โหลดก็ไม่ได้ คอมดันเจ๊งอีก = ="

#1 By Kid [Naokun] on 2007-10-20 23:10

ในอนิเมกับในหนังสือเรื่องมันไปคนละทางเลยนะจ๊ะ ถ้าจะอ่านต่อก็ระวังหน่อยน้อ....(ระวังจิตตก)

#2 By *~citrus~* on 2007-10-20 23:29

ไม่คิดว่าจะมีคนดูเรื่องนี้เหมือนกันนะคะเนี้ย ^^
ตอนนี้ยังดูเรื่องนี้ไม่จบเลยค่ะ
โหลด 23 กับ 24 มาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ดูเลย

ตอนแรกที่โหลดมาดูเพราะชอบนักพากษ์โมจิคุงค่ะ (ฮา)
แต่กว่าโมจิคุงจะตายไป ก็ติดอนิเมเรื่องนี้ซะแล้วล่ะ
ถึงช่วงแรกๆเหมือนจะตายแบบ ซะอย่างงั้น ไปหน่อย
ก็หลังๆเนื้อเรื้องยิ่งช้นขึ้น เจาะลึกตัวละครมากขึ้น

ซาบซึ้งจริงๆเลยย >__<!!
ดูท่าจะเป็นอนิเมะที่เศร้าแน่ๆเลย= ="
ไม่ค่อยอยากดูอะไรเศร้าๆแหะช่วงนี้
แต่จากที่อ่านมา จบประทับมากๆเลยอ่ะคะ big smile

#4 By ★+::+@MilY+::+★ on 2007-10-21 11:41