ดูตอน 7 จบเป็นบ้าไปเลยฉัน

posted on 16 May 2008 22:39 by citrusshood  in anime

ก่อนอื่น....แปะ!!!!! โอ้ววววววววววววววววว บลอคเบี้ยวช่างมานนนนนนนน

ต้องกริ๊ดค่ะ กริ๊ดจริงๆ โอยยยยยเห็นหน้าเบร์ร่า....ฟังเสียงโฮชิ... จ....ใจละลายไปแล้วววววว โอ้วโน้วววววแค่ประโยคเดียวทำฉันบ้าไปเลย

(ใน LJ เราแอบมีแซว kick off hime!!! ต้องบอกแบบนี้เพราะชายคนนี้เข้ามาแทนที่ไปหมดแล้ววววว) 

หลังจากนี้ก็นั่งจิ้นค่ะ จิ้นไปจิ้นมากับพี่เรา จิ้นมันไปอย่างนั้นแหละว่าระหว่างเพลง Aimo เชื่อมอะไรสองคนนี้ไว้นะ หลังจากนี้เป็นการคาดเดาบ้าๆบอๆล้วนๆนะคะ คาดไปคาดมา(ด้วยหัวสมองเรากับพี่เรานี่แหละ) ขอถมขาวแล้วกัน...

- ตอนแรกคิดว่าสองคนนี้อาจเป็นพี่น้องกันก็ได้  เพราะเพลง Aimo ประมาณว่าจริงๆแล้วรันกะยังมีพี่ชายหลงเหลืออยู่ว่างั้น... แต่ทฤษฎีนี้ตกไปเพราะพี่เราบอกว่าเฮ้ยมันจะง่ายไปมั้ยวะ มันมุกแฮมทาโร่เลยนะนั่น (ใครไม่เก็ตก็นึกถึงเพลงของโทระแฮมจังกับโทระแฮมนะคะ 55555+ <<ร้องเพลงเชื่อมโยงกัน)

- ต่อมาเริ่มคิดว่า เฮ้ย....แล้วถ้าสองคนนี้ต่างเป็นคนพิเศษล่ะ(แต่ไม่ใช่พี่น้อง) ประมาณว่าเบร์ร่ายังจำรันกะไว้ในใจด้วยเพลงนี้ล่ะ อาจนึกว่ารันกะซี๊แล้วอะไรเทือกๆนั้น..... โอย...ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็.... "น้ำเน่าดีอ่ะดิ!!!" เอิ๊ก ถูกใจตรูววววววววววว

- ถ้าตรงตามทฤษฎีข้างต้นมันจะทำให้ฮิเมะกลับมาสนใจรันกะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเกิดเป็น รักสามเส้า อย่างที่เราต้องการ(ฮา) มันเข้าทำนองตัวเร่งปฏิกิริยาค่ะว่าง่ายๆ

- ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเราคิดว่าเบร์ร่าคงจะอยู่เฉยไม่ได้แน่ในเมื่อเจอเธอทั้งทีคราวนี้ก็.....นะ....อ๊าคคคคคค

สรุป....ไปๆมาๆ กลายเป็นแฟนคลับเบร์ร่าไปแล้วสินะ.... แต่คิดไปคิดมา มันเป็นตุเป็นตะจริงๆสินะให้ตายสิ -*- เฮ่อ..... 

ปล.แบบนี้เอาไปแต่งฟิกซะเลยดีมั้ยนี่...... 

 

 

**หมายเหตุนี่มันเครื่องอยู่ที่ทำงาน**

วอลเปเปอร์มาครอสฟรอนเทียร์ที่พิซซ่าฮัทที่ญี่ปุ่นใช้เป็นโปรใว้แจกตอนสั่งพิซซ่าค่ะ เป็นอะไรที่....โว้ยยยย อยากได้!!! แต่....ไม่มีปัญญาสั่งวุ้ย!!! สุดท้าย.... ไปเจอใน akibakko แทนซะงั้น(เค้าเอามาโพสในตุรกีน่ะ)

เหอๆปลื้มว้อย....

แหม่....ขอเมาท์อนิเมเรื่องล่าสุดที่เพิ่งได้ดูหน่อยเถอะ ตกลงว่าโปรแกรมเมษาดูไป 5 เรื่องแล้วกัน ไปๆมาๆขี้เกียจโหลดแวมไพร์+โมโนโครมก็ไม่ได้โหลดมาดูสุดท้ายพอเหอะขี้เกียจ วันนี้มาระบายค่ะหลังจากเพิ่งได้ดูเรื่อง Toshokan Sensou หรือสงครามห้องสมุด

แหม่.....ไม่อยากจะบอกเลยว่าอยากไรท์เรื่องนี้ไปให้เพื่อนที่สาขามันดูจริงจิ๊งงงงงงง มันเป็นอะไรที่โอ้ววววว ถูกใจคนเรียนบรรณารักษ์ดีวุ้ย!!!!

เรื่องของเรื่องมันเริ่มต้นเมื่อประเทศญี่ปุ่นกำลังอยู่ในภาวะที่ถูกจำกัดสื่อขั้นรุนแรง และหนังสือต้องได้รับการเซ็นเซอร์หากเรื่องไหนหมิ่นเหม่ก็ต้องโดนรัฐจัดการทำลายมันซะ อ้า...มันช่างจำกัดสิทธิเสรีภาพการรับรู้ดีแท้.... ดังนั้นเหล่าผู้ทำงานสายวิชาชีพเกี่ยวกับห้องสมุด อันได้แก่บรรณารักษ์นั่นแหละจึงต้องจับอาวุธเข้าสู้กับความอยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการอ่านของประชาชนนั่นแหละค่ะ

สำหรับตอนแรกของเรื่องนี้ยังเห็นภาพไม่ค่อยชักเพราะค่อนข้างจะจับไปตรงการฝึกของนางเอกคาซาฮาระ อิคุ (และแรงจูงใจจากผู้มีพระคุณที่ทำให้เธอก้าวมาสู่เส้นทางสายบรรณารักษ์โหด) ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีฉากฮาๆให้นึกถึงผู้ใช้จอมโฉดที่ชอบฉีกหนังสือห้องสมุดนี่อ่ะดิ แต่พอตอน 2 นี่แหละ วุ้ยยยยยย มันได้ใจคนเรียนบรรณารักษ์จริงๆวุ้ยยยยยยย

นางเอกเราเริ่มมาทำงานจริงๆจังแล้วค่ะ ถึงเธอจะอยากผดุงความยุติธรรมยังไงแต่พื้นฐานเกี่ยวกับงานห้องสมุดก็ต้องแน่นนะเออ.....

การฝึกแรกๆก็ไม่เท่าไหร่ก็เพราะแม่คุณนี้ทักษะการต่อสู้จัดอยู่ในระดับพอทนทีเดียว (จะมีเพอร์เฟคก็โดดลงจากที่สูงนั่นแหละ)

 

 

แต่พอมางานบรรณารักษ์นี่สิ!!! เหอๆๆๆๆๆๆ ห้องสมุดใหญ่ขนาดนี้การรู้ชนิดของหนังสือและจำหมวดหมู่ของเลขเรียกหนังสือเป็นสิ่งสำคัญค่ะ อีกทั้งถ้าหนังสือที่ผู้ใช้ต้องการเนี่ยมันต้องรีบหาให้เจอเลยล่ะ ส่วนเวลาเก็บหนังสือก็เหมือนกัน ถ้าไม่รู้จักว่าเลขเรียกหนังสือไหนเรียงก่อนหลังเรียงยังไง ตรงไหนควรอยู่ตรงไหนนี้ต้องเรียกว่า หาแทบตาแตกเลยล่ะค่ะ (นึกภาพไม่ออกโปรดนึกถึงเวลาเปิดดิกชันนารีโดยไม่มีตัวไล่พยัญชนะด้านข้าง หรือไม่ก็หนังสือที่ไม่มีสารบัญเป็นต้น)

 

 

 

 

ดังนั้นนางเอกเราจึงต้องอยู่ซ่อมโดยให้เพื่อนช่วยติวความรู้พื้นฐานนี้ให้

(**ความรู้เล็กน้อย ห้องสมุดที่นี่ใช้ระบบการจัดหมวดหมู่แบบ DC และหมวดที่ขึ้นต้นด้วย 0 เช่น 030 นำหน้าอย่างที่กล่าวไว้ในเรื่อง จะเป็นหมวดหนังสืออ้างอิงหรือยืมออกไม่ได้ค่ะ ส่วนระบบการจัดหมู่แบบนี้ส่วนใหญ่ใช้กับห้องสมุดขนาดเล็ก อย่างเช่นห้องสมุดโรงเรียนหรือพวกห้องสมุดคณะค่ะ ส่วนห้องสมุดใหญ่ๆอย่างห้องสมุดมหาวิทยาลัยจะใช้ระบบ LC ซะส่วนใหญ่ (ในประเทศไทยน่ะนะ) การจัดหมวดหมู่แบบนี้มีพยัญชนะนำหน้าค่ะ อย่างหมวด N จะเป็นพวกศิลปะเป็นต้นเพราะพวกนี้มีเลขเผื่อไว้ขยายเยอะค่ะ

**อีกนิดนึงตู้แบบที่นางเอกเราทำงานน่าจะเป็นตู้แบบปิดนะ พวกนี้จะไม่เปิดให้คนใช้ทั่วไปค่ะ (ตอนเราฝึกงานได้เลื่อนตู้พวกนี้แล้วตื่นตาตื่นใจมากกกกก<<บ้า))

แล้วก็มาถึงตอนที่ศัตรูมันบุก (เป็นช่วงครึ่งตอนหลัง) มันเป็นอะไรที่ได้ใจเราอีกแล้ว.... ไอ้ตอนสองคนนี้วิ่งมันไม่เท่าไหร่นะ แค่เปลี่ยนชุดเป็นชุดทหารเท่านั้นเอง แถบพกอาวุธหนัก ด้วยนะเนี่ย

 

 

 


 

มันมาถูกใจตรงนี้แหละค่ะ!!!! คอมพิวเตอร์!!! สมัยนี้ตามห้องสมุุดใหญ่ๆก็สืบค้นแบบนี้ทั้งนั้น คอมเก่าคอมใหม่ก็เป็นตัววัดอย่างหนึ่งว่าห้องสมุดนั้นมันรวยมากน้อยแค่ไหนด้วย สำหรับโปรแกรมก็เหมือนกัน ถ้าซื้อของเมืองนอก(อย่างโปรแกรมอะไรหว่า... opac มั้งนะ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยไทยที่ใหญ่ๆส่วนมากใช้เจ้านี่ค่ะ ปีนึงเสียค่าซ่อมบำรุง+อัพเดทเป็นหลายล้านค่ะ! )

แต่ถึงอย่างนั้นพวกตู้บัตรรายการมันก็ยังมีวางไว้เป็นอนุสรณ์อยู่นะคะ ยกเว้นตรงส่วนชั้นที่บรรณารักษ์ทำงานนี้ก็ได้ใช้จริงๆนะ

 

 

(ถ้าโดนhackระบบทีตายยกห้องสมุด....)

อ้า....นี่ตกลงเขียนอะไรไปบ้างเนี่ย.... ยาวจริงจิ๊ง....สรุป....นี่เป็นอนิเมที่ดีอีกเรื่อง มันเป็นอะไรที่ดูแล้วจิตวิญญาณลุกโชนมากจริงๆ แต่ถ้าเกิดบรรณารักษ์ต้องมาจับปืนลุกขึ้นสู้แบบนี้ก็ไม่ไหวแน่นอนอ่ะ เหอๆๆๆๆ

ปล.เราพื้นฐานดีนะ อย่างน้อยวิชาให้เลขหมู่หนังสือก็ได้ A มานะเออ แต่...ปัจจุบัน....ทำงานคนละสายงาน.... ไม่ได้ใกล้เคียงบรรณารักษ์เล้ยยยยยยยย

ปล.2 เพิ่งนั่งดูตอน 3 จบเมื่อบ่าย ต้องบอกว่าเรื่องนี้มันสุดยอดดดดดด!!!! ภาพเนี้ยบมากๆ จังหวะเนี้ยบน่าติดตามดีค่ะ ดูแล้วได้ใจเราไปเต็มสิบเลย!!! สรุปซีซั่นนี้ โปรดักชัน I.G ปล่อยของดีออกมาอีกแล้วสินะ สองเรื่องเด็ดขาดทั้งสองเลย :D